วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Unity Games ของนักศึกษาอุดมศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี
















วันนี้ (๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) เวลา ๒๐.๓๐ น. ท่านอธิการบดีมอบหมายให้ไปเป็นประธานกล่าวต้อนรับนักศึกษากีฬา Unity Games ซึ่งเป็นกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์สามัคคีของสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี อันประกอบด้วย ม.อุบลราชธานี ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ม.ราชธานี ม.เทคโนโลยีและการจัดการ (โปลีเทคนิค) วิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนนี วิทยาลัยสาธารณสุขสิริธร ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เหล่านักศึกษาทุกสถาบันในจังหวัดอุบลราชธานีได้แสดงความสามัคคีต่างชื่อของเกมส์กีฬาข้างต้น คือ Unity Games ซึ่งผมคิดว่าเราทุกคนคงจะทราบดีว่า Unity คือ ความสามัคคี แต่ที่ขณะนั่งรอและชมการประกวดขวัญนักศึกษาของสถาบันต่างๆ นั้น ก็คิดว่า ความสามัคคี หรือ Unity ถ้าหากลองแยกอักษรภาษาอังกฤษออกมาเป็นตัวๆ แล้วให้ความหมายเพิ่มเติมเข้าไป จะดีหรือไม่
ก็เลยคิดว่า Unity น่าจะเป็นและน่าจะประกอบจากสิ่งต่อไปนี้
U = Uniform รูปแบบ
N = Network เครือข่าย
I = Identity เอกลักษณ์
T = Titanic ยิ่งใหญ่
Y = Yonks เวลาที่ยาวนาน
การทำอะไรก็แล้วแต่ที่มีรูปแบบในลักษณะการเป็นเครือข่ายกันโดยมีเอกลักษณ์ยิ่งใหญ่อันเป็นทำเพื่อความยั่งยืนเวลาที่ยาวนาน
ดังนั้น ผมอยากจะให้เราทุกคนมี Unity ตามข้างต้น ที่ว่า เราทุกคนต้องทำงานที่มีรูปแบบตามที่กำหนดตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่กำหนดไว้ โดยเราทุกคนจะต้องทำงานที่มีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้เราทุกคนจะต้องทำงานโดยมีเอกลักษณ์ที่ว่า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ยิ่งใหญ่ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้ เมื่อทำได้อย่างนั้นแล้วจะทำให้เป็นการพัฒนาทำงานที่ยั่งยืนด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน
และที่สำคัญ ก็อยากจะเอาใจช่วยสโมสรนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีได้ทำให้ Unity Games เป็นเกมส์กีฬาที่เสริมสร้างความสามัคคีให้ยั่งยืนนะครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
และรักษาราชการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร


วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความสูญเสีย


รูปภาพ ณ บ้านนักศึกษา นายศักดิ์สาคร จีปอมจา (ผู้เสียชีวิตจากการถูกยิงเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและผู้บริหารเดินไป หมู่บ้าน ๒๒ เลขที่ ๑๑ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เมื่อเวลาประมาณ ๒๐.๔๕ น. ของวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
สำหรับ นายศักดิ์สาคร จีปอมปา เป็นนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ ซึ่งก่อนที่จะมาศึกษาที่ ม.อุบลฯ นั้น เป็นนักเรียนของโรงเรียน ตชด.บ้านศรีสวัสดิ์ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร โดยเป็นความหวังของครอบครัว บ้านที่อยู่นั้น มีแต่ยาย และน้องชาย เนื่องจากพ่อแม่ไปประกอบอาชีพที่จังหวัดราชบุรี ขณะที่อธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยไปมอบเงินช่วยเหลือจำนวนเบื้องต้น ๕๐,๐๐๐ บาท นั้น พ่อแม่ยังเดินทางมาไม่ถึงบ้านดังกล่าว ความสูญเสียดังกล่าวไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น

กล่าวสำหรับเหตุการณ์ข้างต้นเป็นที่สะเทือนขวัญของทั้งนักศึกษาและประชาชน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากและได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการช่วยเหลือญาติของนักศึกษาข้างต้น โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ดำเนินการในเบื้องต้นดังนี้

๑. อธิการบดี ได้เดินทางกลับจากการประชุมที่กรุงเทพมหานครเป็นการด่วน เพื่อ มาดูศพนักศึกษาและพบกับญาติผู้เสียชีวิต ที่ตึกชันสูตรพลิกศพ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๒.๐๐ น. และผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เยี่ยมนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ตามลำดับ
๒. อธิการบดี ได้ตรวจบริเวณพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น.
๓. อธิการบดีพร้อมผู้บริหารมหาวิทยาลัย เดินทางไปภูมิลำเนาของนักศึกษาผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจต่อคุณพ่อคุณแม่และญาติของนักศึกษาผู้เสียชีวิต โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้มอบเงินช่วยเหลือและจัดการเรื่องฌาปนกิจศพรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท ดังนี้
(๑) เวลา ๑๕.๐๐ น. นายรัฐพล เดชบุญ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
(๒) เวลา ๑๗.๓๐ น. นายกิตติโรจน์ ศิลาโชติ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
(๓) เวลา ๒๐.๓๐ น. นายศักดิ์สาคร จีปอมจา อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
ขอแสดงความเสียใจมา ณ โอกาสนี้
มนูญ ศรีวิรัตน์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
และรักษาราชการแทนรองอธิการบดีวิทยเขตมุกดาหาร
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ม.อุบลฯ เชิญร่วมบริจาคโลหิตเพื่อทหารหาญกล้าและผู้ประสบภัย


สืบเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ อาจจะมีความต้องการโลหิตสำหรับทหารหาญกล้าและหรือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ดังนั้น ในพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นช่วงวันเวลาในสัปดาห์แห่งความรัก ขอเชิญทุกท่านชาว ม.อุบลฯ ได้แสดงความรักผ่านการบริจาคโลหิต ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น เป็นต้นไป ณ อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ (EN6) ชั้นล่าง (ทุกคณะสามัคคีกันทั้งเจ้าหน้าที่ บุคลากร นักศึกษา จะทำให้ ม.อุบลราชธานี มีพลังเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ ครับ)

โลหิตของเราทุกคนชาวมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งทหารและประชาชนผู้ที่ประสบภัยหรือเจ็บไข้ได้ป่วยที่ต้องการเลือด
ดังนั้น เช้า (๙.๐๐ น) วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เรามาแสดงพลังแห่งความรักต่อเพื่อนๆ คนไทยด้วยกันนะครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
มนูญ ศรีวิรัตน์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
และรักษาราชการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เชิญร่วมบริจาค ช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดน (อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ)

เรียน บุคลากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทุกท่านที่เคารพ

จากสถานการณ์ชายแดนบริเวณ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ อย่างที่พวกเราทุกท่านทราบกันดีนั้น พื้นที่ดังกล่าวพี่น้องคนไทยร่วมประเทศชาติได้รับผลกระทบ รวมทั้งครอบครัวของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทีอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีควรจะต้องให้ความช่วยเหลือในส่วนที่ทำได้
ดังนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ และกองกลาง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะได้ร่วมกันรับบริจาคข้าวของอาหารแห้ง น้ำและอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือชาวกันทรลักษณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๒.๐๐ น เนื่องจาก เวลาบ่ายโมงตรง รถบัสมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (จำนวน ๕๐ ที่นั้ง) จะเดินทางนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ขอเชิญทุกท่านนะครับ ท่านใดอยู่ที่งานใด (เช่น งาน REG งานกิจการนักศึกา งานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย) ก็ช่วยกันสื่อสารและส่งข่าวให้ได้มากที่สุดนะครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
มนูญ ศรีวิรัตน์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
และรักษาราชการรองอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สนามแข่งขันฟุตบอล (เหย้า) ของอุบลราชธานี Home of Ubon Tiger FC




วันนี้ดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวการใช้สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสำหรับการเป็นสนามเหย้าของทีม Ubon Tiger FC ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลของจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับสนามของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีถึงแม้ว่าจะเป็นสนามที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เชื่อว่าจะมีการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเมืองของกีฬาสนามฟุตบอลที่มาตรฐานที่มีทั้งสถานที่สำหรับการเพิ่มศักยภาพให้ร่างกายสำหรับนักฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และที่สำหรับคือ มีสนามซ้อมอีก ๒ สนาม ซึ่งเป็นสนามที่พร้อมสำหรับการที่ทำให้กีฬาฟุบอลของจังหวัดอุบลราชธานีได้รับการพัฒนาให้ถึงที่สุดในวันใดวันหนึ่งสำหรับข้อดีของการใช้สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นสนามเหย้าของ Ubon Tiger FC คือ
(๑) ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่ (คือสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย) ได้เกิดประโยชน์สูงสุด
(๒) ทำให้เกิดการเรียนรู้การฝึกซ้อมระหว่างนักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัยและ Ubon Tiger FC
(๓) ทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน) ได้มีโอกาสได้ดูกีฬาฟุตบอลอันเป็นการเสริมสร้างความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และรักสามัคคคี
(๔) ทำให้เกิดการพัฒนากีฬาฟุตบอลของจังหวัดอุบลราชธานีอย่างยั่งยืน สำหรับให้นักเรียน นักศึกษาทุกระดับได้มีโอกาสใช้สนามของมหาวิทยาลัยในการฝึกซ้อมและแข่งขัน
(๕) ทำให้เกิดผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพราะเนื่องจากจะมีทีมฟุตบอลจากจังหวัดต่างๆ มาเยือนสนามมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และกองเชียร์ที่มาจากจังหวัดต่างๆ จะได้รับทราบข้อมูลของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อันเป็นหนทางหนึ่งในการส่งบุตรหลานมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

แน่นอนครับสำหรับการมีข้อดีแล้ว ย่อมจะมีข้อเสียเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คือ
(๑) นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ในจังหวัดอุบลราชธานี จะต้องเดินทางไกลไปชมฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จากวารินชำราบ)
(๒) ยังคิดไม่ออกว่า คือ อะไร
อย่างไรก็ดี สำหรับสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานียังจะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาให้ได้มาตรฐานสู่สากลให้ได้แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องใช้เวลาและที่สำคัญคือ จะต้องใช้งบประมาณ (เงิน) ในการดำเนินการ แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ถ้าหากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทุกหมู่เหล่า เพราะเนื่องจากสนามของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้นมีทั้งสนามที่เป็นสนามฝึกซ้อม ๒ สนาม และสนามแข่งขันกลาง ๑ สนาม นอกจากนั้น ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ยังมีสระว่ายน้ำมาตรฐานสากล โรงยิมที่เป็นมาตรฐานพร้อมห้อง Fitness ที่ได้มาตรฐานซึ่งเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่พร้อมจะมาร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลกับ Ubon Tiger FC

สุดท้ายนี้ ผมก็ได้แต่หวังว่าเราทุกคนในจังหวัดอุบลราชธานีจะได้ช่วยกันคนละไม้ละหนึ่งในการพัฒนากีฬาฟุตบอลของจังหวัดเราให้มีความเจริญได้มาตรฐานสากลต่อไปอย่างยั่งยืน

มนูญ ศรีวิรัตน์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
และรักษาราชการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตมุกดาหาร
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

หนังสือ ต้องการจะเขียน ต้องการจะบอก (ต้องการให้ลองทำปฏิบัติแล้วจะพบความสุข)

หนังสือของนายต้องการ
"ต้องการจะเขียน ต้องการจะบอก (ต้องการให้ลองทำปฏิบัติแล้วจะพบกับความสุข) "
วางที่ศูนย์หนังสือ ม.อุบลราชธานี เครือข่ายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้ว จะเปิดตัวทางการในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. เป็นต้นไป (ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินฯ ทรงเปิดและเยียม ศูนย์หนังสือ ฯ เวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น.)
ต้องการจะเขียน แต่ไม่ต้องการจะขาย ท่านใดที่มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาเรียนดีและยากจน ของ ม.อุบลราชธานี และ มอบ.วข.มุกดาหาร

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนใจหนังสือของนายต้องการ และบริจาค เพื่อเด็กๆ นักศึกษาครับ
นายต้องการ


วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พิธีเปิดอาคาร "เทพรัตนสิริปภา"










อาคารเทพรัตนสิริปภา
เป็นอาคารปฏิบัติการเพื่อการส่งเสริมและวิจัยด้านบริหารธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการที่พักและห้องประชุม ซึ่งอาคารดังกล่าวมีศูนย์หนังสือ ม.อุบลฯ เครือข่ายศูนย์หนังสือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันจะทำให้อาคารดังกล่าวเป็นแหล่งการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี





เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้รับพระกรุณามหาธิคุณในการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามอาคารปฏิบัติการเพื่อการส่งเสริมและวิจัยด้านบริหารธุรกิจ ว่า "อาคารทพรัตนสิริปภา"

กำหนดการ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “เทพรัตนสิริปภา”
ณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓
…………………………….

เวลา ๑๐.๒๐ น.
- รถยนต์พระที่นั่งถึงอาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย)
- อุปนายกสภามหาวิทยาลัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
ผู้อำนวยการกองกลาง เฝ้า ฯ รับเสด็จ
- ผู้อำนวยการกองกลางทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย
- ประทับพระราชอาสน์
- รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์ กราบบังคมทูลรายงานและเบิกผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับ
พระราชทานรางวัลรัตโนบลจำนวน ๒ ราย และผู้เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยเข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก จำนวน ๒๘ ราย
- อุปนายกสภามหาวิทยาลัย เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
- เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร แล้วทรงปลูก “ต้นกันเกรา”จำนวน ๑ ต้น
- เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปชั้น ๒ (ทางบันได) ทอดพระเนตรห้องนิทรรศการผลงาน ๒๐ ปี
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก
- ฉายพระรูปร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี คณบดี คณะทำงาน (จำนวน ๒ ชุด)
- พระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนาการศึกษา
- เสด็จพระราชดำเนินไป ชั้น ๑ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานพระราชนิพนธ์ ณ ศูนย์หนังสือ
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เครือข่ายศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- เสวยพระกระยาหารกลางวันเป็นการส่วนพระองค์ (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจัดถวาย)
เวลา ๑๓.๐๐น.
- เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี


คำกราบบังคมทูล
ของผู้ช่วยศาสตราจารย์มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์
ในพิธีเปิดอาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
วันอังคารที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓
----------

ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์มนูญ ศรีวิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ในวโรกาสที่ใต้ฝ่าละอองพระบาท ได้พระราชทานชื่อและเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารเทพรัตนสิริปภา ในวันนี้ ยังความปลาบปลื้มโสมนัสและเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ ตลอดจนพสกนิกรชาวอุบลราชธานีเป็นล้นพ้น

ณ โอกาสนี้ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทาน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของอาคารเทพรัตนสิริปภา ดังนี้

จังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่โดยรอบมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามและหลากหลาย อีกทั้งเป็นประตูที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบการพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับประเทศ จึงควรได้รับการพัฒนาการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ ทั้งในส่วนความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยว และศักยภาพการบริการของบุคลากรในสถานที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่ โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมทั้งมีทักษะการบริการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งนี้การจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบเริ่มมีบทบาทในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนมากขึ้น จึงต้องส่งเสริมศักยภาพท้องถิ่นให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและมีความสมดุลกับท้องถิ่นต่อไป

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เห็นความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาดังกล่าว จึงจัดการศึกษา และสร้างอาคารเทพรัตนสิริปภา เป็นอาคารเพื่อการศึกษา การวิจัย การปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยวและการจัดการธุรกิจบริการ เพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยและให้บริการแก่ชุมชน โดยอาคารเทพรัตนสิริปภา สามารถรองรับการจัดสัมมนาและฝึกอบรมให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง อันเป็นการรองรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ อาคารดังกล่าวสามารถรองรับการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา สาขาวิชาการท่องเที่ยว สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการ จำนวน ๖๐๐ คน มีพื้นที่ใช้งาน ๗,๑๐๐ ตารางเมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๗๖ ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตการพาณิชย์ ด้านหน้ามหาวิทยาลัย มีรูปลักษณะและพื้นที่โดยรอบของอาคารมีความกลมกลืนดูเป็นกลุ่มอาคารของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันได้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะการเป็นศูนย์บริการที่ทันสมัย และความเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นทั้งภูมิศาสตร์ที่ตั้ง และมรดกทางศิลปวัฒนธรรม
บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต เบิกผู้ทรงคุณวุ
ฒิเข้าเฝ้า ฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลรัตโนบล จำนวน ๒ ราย ได้แก่
ศาสตราจารย์ ดร.เจตนา นาควัชระ
ศาสตราจารย์ ดร.เอลิวิโอ โบโนลโล

และผู้เข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย จำนวน ๒๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก และหลังจากนั้น ขอพระราชานุญาตกราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองพระบาท ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกอบพิธีเปิดอาคารเทพรัตนสิริปภา ปลูกต้นกรันเกราและทอดพระเนตรนิทรรศการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หลังจากนั้น ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานแนวพระราชดำริการพัฒนาการศึกษาแก่ผู้บริหารและผู้เข้าร่วมพิธีสืบไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

รายชื่อผู้เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก


๑. นางสาวชมม์นิภา ลำโกน
๒. นายมงคล จุลทัศน์
๓. ภก.ประชา พันธุ์นิกุล
๔. ภก.สมศักดิ์ ชัยศรีสวัสดิ์สุข
๕. ภญ.สุพิศศรี รันตสิน
๖. ภก.สวัสดิ์ ดอนสกุล
๗. พญ.อัญชลี สงวนตระกูล
๘. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
๙. นายหมิน แซ่ทั้ง
๑๐. นางซุ่ยเง็ก เจียงเจนจัด
๑๑. นางสุรัตนา แซ่ตั้ง
๑๒. นางชุดา เลิศสุรวิทย์
๑๓. นายอุทัย เกษมทาง
๑๔. นายสมใจ สุวรรณติ
๑๕. นายสุพจน์ เหง้าเกษ
๑๖. นางวชิราภรณ์ ส่งสุข
๑๗. นางลักขณา พันธุ์วงศ์
๑๘. นายเอนกชัย ศิริคูณ
๑๙. นางกุลปรียา กล่อมนที
๒๐. นางสาวสมใจ สุยะลา
๒๑. นางอาวรณ์ ก้อนทองดี
๒๒. นางพิสมัย จันทุมา
๒๓. นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา
๒๔. นายศุภวิชญ์ พรศุภฤทธิ์กุล
๒๕. นายถวิล สุรนารถ
๒๖. ผศ.บรรลือ คงจันทร์
๒๗. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
๒๘. ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล






















 เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรห้องนิทรรศการผลงาน ๒๐ ปี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระเนตรศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เครือข่ายศูนย์หนังสือจุฬาฯ ณ ห้องชั้น ๑ อาคารเทพรัตนสิริปภา โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรชา บุดดาดี ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีถวายรายงาน พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ดนุชา คุณพนิชกิจ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในนามศูนย์หนังสือจุฬาฯ นำเสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์หนังสือ ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยแกะเทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ที่นำมาแสดงในห้องศูนย์หนังสือในครั้งนี้ด้วย


















Link พิธีเปิดอาคารเทพรัตนสิริปภา 
และ รูปภาพวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓